Pisoot's profile~**^ M a N G m a i i ' s...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 15

    ส้วม=ทิ้งระเบิด

    หลังจากที่ปล่อยสเปซให้รกร้างว่างเปล่ามานาน วันนี้ก็ได้ฤกษ์อัพซะที
    วันนี้จะพูดเรื่องไรอ่ะ (ความจริงมีเรื่องมากมายที่อยากจาพูดอ่ะ)
    จริงๆมันก็ไม่รุเปงไงนะ เวลาที่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในชีวิตเนี๊ยะ มากมาย แต่เจือกไม่อยากพูดกะใคร
    เลยมาลงที่สเปซละกัน สเปซที่จะกลายเป็น"ส้วม"ใน อีกไม่กี่นาทีที่จะถึงนี้
     
    -ก่อนอื่น ตอนนี้ทำละครเวที สนุกดีนะ มีโอกาศได้รุจักน้องได้ทำงานร่วมกัน ทั้งน้องทั้งเพื่อน
    ได้รุ้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันมันมีค่ามากขึ้นบ้าง เป็นประโยชน์กว่าเดิม
    แต่...ใช่ว่าจาเกิดเรื่องที่ดีขึ้นเสมอไปหรอกนะ บางอย่างมันก็บั่นทอนความรุสึกดีๆเหมือนกันแหละ
    เข้าใจธรรมชาติของโลกที่มีแต่มนุษย์ และความเป็นมนุษย์นี่เองที่ทำให้เรารุ้สึกแย่
    มันก็อย่างงี้แหละการทำงาน เจอคนมากมาย ใช่ว่าจะลงรอยกันเสมอไป กระทบกระทั่งกันบ้าง
    แต่บางครั้งการพูดด้วยความจริงใจก็เปงการทำร้ายคนอื่นด้วยความไม่ตั้งใจ..แต่อาจจาได้รับการทำร้ายคืนด้วยเช่นกัน..น่ากลัวจิงๆ
    แต่บอกไว้ก่อนนะว่าทุกคำที่ออกจากปากเนี่ยพูดด้วยความรุสึกจริงๆ "ทั้งต่อหน้าและลับหลัง"
    ไม่เคยปฎิเสธนะว่าเปงคนที่พูดถึงคนอื่นลับหลังบ่อยมาก แต่ต่อหน้าก็ไม่เคยเสแสร้ง
    จะดีกะใครก็ดีด้วย จะเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งหรอก ไม่เหมือนพวกที่เก่งแต่จะพูดลับหลัง ในไพรเวทสเปซของตัวเอง ในอะไรต่างๆนาๆ
    แล้วมันไม่พูดเฉยๆนะ มันคูณสิบคูณร้อยเข้าไปด้วยทำให้คนรับฟังมันได้รับข้อมูลที่บิดเบือนไป และหาพวกเข้าข้าง
    ตอนนั้นน่ะเก่งจังมีการบอกให้พูดตรงๆด้วยนะ พูดไปแล้วก็รับไม่ได้กัน
     แต่มาต่อหน้าละเปงอีกแบบนึง หดเป็นลูกแมว เก่งเนอะ? แน่จริงมีไรก็พูดตงๆนะ เห็นแล้วหงุดหงิด
    จำไว้เลยนะว่า  "ถึงกูจาไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ยินดีที่จะเสแสร้ง"
     
    ต่อมา สืบเนื่องจากการทำแบบที่จาส่งในช่วงที่มีการซ้อมละครเวลาทำแบบน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ น่าสงสารจริงๆ
    แต่ก็ดีแล้วแหละจาได้ส่งก่อนรับปริญญาโดยไม่มีแบบจริงมาเปงตัวบีบบังคับ เลยไม่ได้ขอเลื่อนอะไร
    แต่หน้าที่ทางละครก็ขาดไม่ได้ ทำให้ชีวิตช่วงนี้ขาดการพักผ่อนอย่างแรงเลย
    เสมือนตัวเองเป็นมนุษย์ดัดแปลง(กื๊ดๆ) ที่ฝังชิบเอานาฬิกาเข้ามาไว้กะตัวเอง
    ตื่นเปงเวลา นอนเปงเวลาทำงานเปงเวลาอีก
    ดังนั้น การบริหารเวลาส่วนตัวจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก
    ต้องบริหารทุกอย่างในชีวิตให้ใช้เวลาที่น้อยที่สุด
    อย่างกินข้าวเนี๊ยะ กินปกติก็ช้าอยู่แล้ว มาติดเหล็กดัดอีก เกี่ยวแก้มจนกินเลือดคลุกข้าวไปทุกวันๆ อร่อย...
    บางทีก็นึกอิฉาเพื่อนๆที่อยู่ฝ่ายอื่นๆบ้างเหมือนกัน ที่มีเวลาทำแบบกะเค้าไม่ต้องมานั่นซ้อมทุกวันๆ
    เนี๊ยะวันนี้ส่งแบบแล้วก็ตาม หลังจากที่ไม่พักผ่อนหลายวันก็นอนตอนสี่โมงเย็น
    ตื่นอีกที ทุ่มครึ่ง น้องโทรมาปลุกให้ไปซ้อม ก็รีบลุกจากเตียง
    ปรากฎว่า วิ้งๆเลย เวียนหัวมาก เข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ยังไม่ทันจาล้างเลย อ้วกซะงั้น
    เลยคิดได้ว่า ถึงวันนี้ออกจากห้องไป คงไปไม่ถึงคณะเป็นแน่แท่ ขอลาหนึ่งวันนะน้องๆ
     
    ตอนนี้เห็นใจเพื่อนๆที่ทำละครด้วยกันมากๆ เพราะปัญหามีเยอะ แต่หลายคนก็ไม่รู้เรื่อง
    ต้องไฟท์กันในหลายๆฝ่าย คนๆนึงนี่ทำทุกอย่างเลยอ่ะ หลายสังกัดมาก
    ถ้าทำป้ายสตาฟแบบแบ่งฝ่ายคงตัดสินใจไม่ถูกว่าจะคล้องป้ายฝ่ายไหน?
    แต่ก็ยังมีบางคนที่บอกว่า ว่าง ไม่รุ้จะทำอะไร? - -"(แล้วทำไมกุมีเยอะจังวะ?)
    คงไม่มีใครกล้าใช้เพื่อนทำนู่นนี่หรอกนะ ถ้างานมันมีมันคงไม่วิ่งเข้ามาหาเองหรอก
    เรื่องอย่างงี้ถ้าคิดว่าจะทำก็จารู้ปันหาอ่ะ แล้วจะรู้ว่าต้องทำอะไร
    อีกอย่าง เวลานี้อยู่ปีสูงกันแล้ว งานควรเป็นระดับไหน? เวลาประชุมก็น่าจะรู้เรื่องบ้าง
    มามีส่วนช่วยในการตัดสินใจหน่อย ไม่ใช่ว่าถึงเวลาวันจริงค่อยมาทำ แล้วมันจะต่างอะไรจากน้องปีอื่นๆ?
     
    ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว กรุณาหายใจเข้าออกลึกๆ ตั้งสติดีๆ แล้วพิจารณาหน่อยนะว่ากุไม่ได้ด่าใครเปงการระบุตัว
    ไม่มีจุดประสงค์ในการสร้างชนวนให้ใครทะเลาะกันมากกว่านี้ เพราะตอนนี้ก็เคืองกันมากแล้ว
    แล้วก็อีกอย่าง นี่ไม่ใช่การขอให้เพื่อนมาช่วยกัน เพราะตอนนี้ไม่หวังอะไรแล้ว ใครอยากมาก็มา ไม่มาก็ไม่บังคับ
    แต่มันก็เป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่เหรอที่จามาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้คุยกัน ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากกันและกัน
    แล้วถ้าจะออกรับแทนบุคคลดังกล่าวนี่ก็แสดงว่ารูตัวว่าเข้าข่ายมีคุณสมบัติข้างต้น ถ้ารู้ตัวก็...ไม่มีไรจาพูด กุไม่ได้ว่าเมิงหนิ? กุว่าคนอื่น..
    ตอนนี้กุมะได้เคืองใครนะ กุบ่นไปงั้นๆแหละ(แต่มากไปหน่อย) ทำตัวก็เหมือนเดิม ทำแบบก็เหมือนเดิม.. ไม่ต้องรุสึกว่ากุด่าใคร
    เพราะกุไม่ได้ว่าใคร!!
    October 14

    สู่สามัญ

    โอ้วววว
    ไม่ได้อัพมานานมากๆ
    นานจนลืมไปแล้วว่ามีสเปซอยู่
    เพราะไปแอบปันใจให้ไฮไฟว์ด้วยแหละ(ก็มันเล่นกุดุ้งมาทุกครั้งที่เกิดอะไรขึ้นนี่นา)
    (เม้นก็กุดุ้งที แอดก็กุดุ้งที เด๋วสักหน่อยจะขี้จะตดก็คงกุดุ้งอีกมั้ง)
    ว่างๆก็เข้าไปเล่นนะ   www.archimangmaii.hi5.com
    จนมาช่วงนี้ปิดเทอม
    เลยมีเวลาว่างๆ(ว่างเกินไปด้วย)
    เลยมาอัพในนี้ก็แล้วกัน
    หลังจากที่ใช้เวลาที่เรียนอยู่ที่ม.มาอย่างคุ้มค่า
    นอนก็ไม่ได้นอน มีแต่งานๆๆๆๆๆ ทำจนหัวโตหัวหยองหมด
    พอว่างเลยทำตัวไม่ถูก
    กินข้าวตรงเวลา นอนตรงเวลา(ไม่มีไรทำ) ชีวิตอย่างงี้นี่มันคนแก่ชัดๆ(คุนแม่หันมาค้อนด้วย)
    เลยไปแก้เซงด้วยการทำหัวหยองฮ่าๆๆๆ
    บอกพี่เค้าวว่าเอาฟูๆคับ แต่ไม่เอาแบบเกาหรีนะครับ
    ออกมาเป็นเงาะป่าเลยฮ่าๆๆๆๆ ยังกะอ๊ะโฟร่แหน่ะ
    เด๋วอะเอามาอัพให้ดูกัน(ห้ามหัวเราะด้วย)
     
    เออ ไปหาหมอฟันมาแร้วอ่ะ เด๋ววันอังคารนี้ต้องไปติดเครื่องมือแร้ว
    หมอบอกว่าถ้าจะดีต้องผ่าตัดกรามร่วมด้วย
    แบบว่าส่งเข้าห้องผ่าตัด เข้าโรงบาลเลยอ่ะ
    เลยบอกหมอว่า"คิดดูก่อนได้มะครับ?"
    ตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้วว่า"ม่ายอาวว หนูกลัวว"
    เอาไว้ถ่ายรูปมาให้ดูพร้อมกันละกัน เหอะๆ
     
    เฮ้ออออ เมื่อไหร่มันจะหมดไปซะทีนะ ปิดเทอมที่แสนน่าเบื่อ ทำตัวไม่ถูกอ่ะ ไม่คุ้น
     
     
    ปล.บล้อกนี้ไม่มีรูป ขี้เกียจไปตามกาละเทศะกับเวลาที่ว่างๆ
    August 30

    ตึกสู๊ง-สูง

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    จบกันเสียที! เสร็จไปอีกงานครับพี่น้องงงง

    อันนี้เป็นงานตัดโมเดวตึกสูงครับ ไม่เคยตัดโมเดวสเกลใหญ่ขนาดนี้มาก่อน สูงจริง เป็นงานกลุ่ม ดีเหมือนกัน ช่วยกันทำ

    ทีแรกว่าจะเลือกตึกเรือใบที่อยู่ดูใบน่ะแหละ แต่เราช้าไปหน่อย เห็นเพื่อนอีกกลุ่มจะทำแล้ว

    เลยได้เปลี่ยนดีกว่า ไม่อยากเหมือนกัน เดี๋ยวโดนเปรียบเทียบอ่ะเนาะ(จะสู้เค้าไม่ได้เอา)

    เลยตกลงกันหลายวัน หาแล้วหาอีก เถียงกันอยู่สามวัน สุดท้ายก็ยื่นคำขาด MANG ULTIMENTUM เอาอันนี้แหละ

    เอาเข้าจริง ทำงานอยู่สองวันนี่แหละ(ทั้งๆที่อาจารย์ให้เวลามานานแล้ว)รวมเวลาไม่ถึงสิบสองชั่วโมงมั้ง?

     ว่าแล้วก็รวมตัวกันทำงานที่บ้านเอม ก่อนทำเหนื่อยมากๆ ไม่รุจะเริ่มจากอะไร ตัดยังไงวะ?

    แล้วก็ลงความเห็นว่า เราควรจะกินเนื้อย่างก่อน(ไม่เกี่ยว)

    เมื่อก้อนเนื้อย่างตกถึงท้องแล้วเพื่อนๆก็มีแรงฮึดขึ้นมาราวกับกินยาดองม้ากระทืบโรงเลยทีเดียว

    (ยิ่งเป็นเนื้อย่างอานิสงค์ของคุณแม่เอม ที่กรุณาให้กินฟรีอีกนี่ เป็นไงเป็นกัน)

    (งานกลุ่มครั้งต่อไปได้ที่ทำงานแล้ว แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ครบครันเหมือนเซเว่น จะต่างกันก็ตรงที่ไม่ต้องจ่ายตังค์ อิอิ)

    ได้การบริหารจัดการที่ดีของเพื่อนๆ และแรงงานจากน้องรหัสทั้งหลาย(ที่ได้มาจากการข่มขู่) แต้งกริ้วมากๆ

    แล้วก็เสร็จทันส่ง สวยงามอย่างงี้แหละ อิอิ

    สเปเชี่ยวแต้ง

    -เพื่อนๆร่วมกลุ่ม(ร่วมวงเนื้อย่างด้วย) เอม แต หมู ปอ ม๊าด เสือ กุ้กไก่

    -ครอบครัวหนูเอม ที่ยอมให้บ้านกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเป็นเวลาสองคืน

    -อาหารทุกชนิดที่คุณแม่เอมเมตตาเด็กน้อยๆจำนวนหกชีวิต(ไม่รวมเอม)

    -ผ้าห่มอุ่นๆของคุณแม่(อีกแล้ว)ที่แอบเอามาห่มให้ลูกๆ

    -น้องสายต่างๆ เต๋า พลอย เฟิร์น ต้นคล้าว กาแฟ ที่ยอมรับคำข่มขู่ของพี่และมาช่วยงานแต่โดยดีและไม่ขัดขืน

    -อื่นๆ นึกไม่ออก

     

     

    August 14

    คุณแม่ของแมง

    เอ้อวววว......ไม่ได้มาอัพตั้งน๊านนนนน
     
    ได้โอกาสซะทีแร้ววันนี้
    ผ่านวันแม่มาหลายวันแล้ว 
    แต่ยังไม่ได้พูดถึงคุนแม่เลย
    ไม่รุว่าจะอัพเรื่องอะไร ไม่อยากให้สเปซมีเรื่องอะไรไร้สาระ(แต่ที่ผ่านมานี่หาสาระแทบไม่ได้)
    เอาเป็นว่า ใครๆก้อนักแม่ตัวเองเนาะ
     
    เรื่องที่จะเขียนนี่อาจจะน้ำเน่านิดๆ แต่อยากให้ลองๆคิดดูนะ
     
    แต่ก่อนบ้านแมงจะว่าอบอุ่นมันก็ใช่อะ อบอุ่นอยู่
    แต่ว่าแต่ละคนไม่เหมือนทุกวันนี้หรอก
    พ่อ อารมณ์หงุดหงิดง่ายอ่ะ ประมานว่าอย่ามาขัดใจ
    แม่ อารมณ์เสียง่ายเหมือนกัน ขี้บ่น จุกจิก เป็นแม่บ้านมากๆ ตื่นเช้า(ปลุกเราขึ้นไปทำงานช่วย แม่บ้านยังไม่มาทำงาน)
    ลูกๆ ขี้เกียจตัวเป็นขนเบื่ออ่ะเวลาที่แม่ใช้ทำอะไร เพราะแกเป็นคนเนี๊ยบมากๆงานทุกอย่างในบ้านต้องเรียบร้อย
    ก้อนับว่าเล็กน้อยนะเพราะทุกคนก็รักกันดี และเข้าใจกันเสมอ
     
    แต่ก่อนแมงเป็นคนนึงที่อายจะบอกรักแม่ อายจะกอด จะหอมแก้มแม่ แม้แต่จับมือยังยากเลย
    ไม่ใช่ว่าไม่รักนะ แต่ทำเเล้วเขิ๊นเขิล กลัวอายแม่ อายคนอื่น
    ไม่ค่อยได้ยินคำอะไรที่หวานๆออกมาในปากของคนในครอบครัว
    แมงเชื่อว่าหลายๆคนยังเป็นแบบนี้อยู่
    ที่จริงมันใช่เรื่องผิดหรอกนะที่เราเป็นแบบนี้
    แต่แล้วมันก็มีเหตุการ์ณบางอย่างที่ทำให้ทุกคนในบ้านต้องชะงักลง
    เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดกับครอบครัวเรา
    .
    .
    .
    .
    เรื่องเกิดขึ้นในวันนึงที่หมอตรวจพบก้อนเนื้อที่หน้าอกของแม่
    ทุกคนอึ้ง และเฝ้าภาวนา อย่าให้เป็นอย่างที่เรากลัวเลย
    แต่แล้ว  ..ไม่มีใครที่หนีความจริงได้สำเร็จ
    แม่แมงเป็นมะเร็งครับ!!!
    บางที การที่เรื่องจริง มันไม่เป็นอย่างที่เราหวัง
    มันทำให้เราทำอะไรไม่ถูก เสียใจ ...
    มันทำให้แมงกลับมาทบทวนหลายๆเรื่องในชีวิตช่วงนั้น
    วิกฤตหลายๆอย่างกลายเป็นเรื่องขี้มดไปเลย
    ในหัวมันตื้อ คิดไม่ออก ว่าเราควรทำยังไง มันมีแต่เรื่องคุนแม่วนเวียนอยู่ในความคิด
    โรคมะเร็งชนิดนี้เป็นชนิดที่เบาที่สุดเเล้วในจำนวนโรคมะเร็งด้วยกันเองนะครับ
    แต่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่มีใครเคยคาดเดาได้ว่าในวันนึงเราจะเจอกับมัน
    แมงรู้แต่ว่าโรคนี้มันไม่หายขาด รักษาไม่ได้ในทันที แต่ชะลออาการได้
    ตอนนั้นแมงไม่อยากเรียนต่อเลย
    อยากอยู่ดูแลแม่
    อยากใช้ทุกนาทีอยู่กับแม่
    อยากจะกอดแม่
    อยากบอกรักแม่
    อยากจะหอมแก้มแม่
    ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่หัวใจเราอยากทำ
     
    แม่แมงรักษาตัวอยู่นานครับ
    แม่ต้องรักษษโดยเคมีบำบัด
    อาการแพ้ยาของแม่ ทั้งอาเจียน กินข้าวไม่ได้ อ่อนแอ ผมร่วงทั้งหมดเลยครับ
    ทุกครั้งที่แมงเห็นหน้าแม่ แม่ไม่มีผม มันทำให้น้ำตามันรื้นที่ขอบตาได้ทุกครั้ง
    ทุกครั้งที่แม่แพ้ยา แม่ อ่อนแอ แม่อ้วก แมงร้องไห้ แมงอยากเป็นแทนแม่
    แมงทรมานมากที่ต้องเห็นคนที่แมงรักที่สุดในชีวิตต้องเป็นแบบนี้ แล้วเราทำได้แค่ดูเเล แค่นั้นจริงๆ
    แต่แม่แมงก็ยังสู้นะครับ แกบอกว่า"แม่อยากเห็นลูกรับปริญญา"(กุพิมถึงตอนนี้กุร้องไห้)
    แม่อยากเห็นลูกไปนานๆ.......
     
     
    ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกคนในบ้านหยุด แล้วหันกลับมามอง
    ว่าจริงๆแล้วชีวิตคนมันไม่มีอะไรแน่นอน
    การที่คนเรามีชีวิตอยู่จะมีความหมายอะไรถ้าเราไม่มีความสุข
    เวลานี้ ทุกคนต้องการกำลังใจให้แม่
    ทุกคนอยากทำให้แม่มีความสุข
    อยากใช้เวลาทุกนาทีที่มีอยู่ให้มีความสุข กับคนที่เรารัก
    เป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้วครับ
    ตอนนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไป
    ครอบครัวแมงมีความสุขมาก
    ตอนนี้คุณแม่รักษาสุขภาพตัวเองดีมากหลังจากผ่าตัดแล้ว
    แม่มีกำลังใจ ทุกคนมีความสุขให้กัน
    เราแสดงความรักกันทุกครั้งที่เจอกัน
    เรากอดกันทุกครั้งที่อยากกอด
    บอกรักแม่ทุกครั้งที่อยากพูด
    แต่คำว่ารัก พูดเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอหรอก
    แมงไม่อายอีกต่อไปแล้ว
    ทุกนาทีที่อยู่กับแม่ต้องเป็นนาทีที่พิเศษเสมอ
    อะไรที่มันหนักหนาในชีวิตก็ปลงๆวางๆมันลงซะบ้าง
     ทุกวันนี้บ้านแมงเรียบง่ายมากๆ
    ไม่ติดหรู ไม่วิ่งตามคนอื่น
    แค่มีความสุข มีคนที่เรารักอยู่ข้างๆ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว
     
     
    เรื่องทั้งหมดนี้มอบอย่างนึงให้แมงครับ
    แมงได้ "พลัง" จากแม่
    พลังนี้มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่แมงเคยได้
    พลังความรักจากแม่ เป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ให้เราทำบางอย่างเพื่อแม่
    แมงเรียนหนังสือไม่เก่งครับ ปานกลาง ไปวัดไปวาได้ไม่อายใคร
    แต่แม่อยากเห็นความสำเร็จของเรา
    ทุกวันนี้ แมงตั้งใจทำให้แม่ แมงตั้งใจเรียนขึ้นเยอะ(นี่เยอะแล้วนะเพื่อนๆ สุดๆแล้ว ได้ประมานนี้แหละอย่าด่ากุ)
    ตอนนี้เกรดเฉลี่ยก็พอที่จะได้เกีรตินิยมอันดับสองแล้ว(ถ้ามันไม่ตกไปกว่านี้นะ)
    เป็นไปได้แมงก้อจะพยายามสู้ต่อไปให้ดีขึ้นกว่านี้
    แมงอยากเห็นแม่ภูมิใจในตัวแมง ในวันที่แมงรับปริญญา วันที่แม่อยากเห็นมาตลอด
    แมงเคยสัญญากับแม่ ว่าจะเอาเกีรตินิยมให้แม่
    แม่บอกว่า "แม่ไม่เคยอยากได้อะไรจากลูก แค่ลูกมีความสุข แม่ก็มีความสุขแล้ว"
    แต่แมงจะทำให้ดีที่สุดครับแม่....
     
     
     
    เล่ามาซะยาวเลย
    แต่แค่นี้ยังนับว่าน้อยนะที่จะพูดถึงคนที่เรารักที่สุด
    พิมอีกเป็นชาติก็ไม่หมด
    เอาเป็นว่า
    เพื่อนๆที่อายอยู่ อย่าเลย อย่ารอให้เวลามันล่วงเลยไป
    เพราะตอนนี้แมงมีความสุขมากๆ
    อยากให้เพื่อนทุกๆคนรีบๆคิดได้เร็วนะ
    แล้วจะพบกับความสุขที่แท้จริง
    อย่ารอให้มันสายเกินไป
    อย่าให้แม่รอเราเก้อ
    เชื่อเถอะว่าแม่รอให้เราพูด รอให้เราทำ
    แม่รออยู่นะเพื่อนๆ....
    "อย่ารอจนวันที่เราไม่มีใครให้บอกรัก เพราะวันนั้นคือวันที่เราจะเสียใจมากที่สุด"
     
    July 13

    มันมาอีกแล้ว!!!

    ก่อนอื่นต้องขอสวดมนต์ก่อน อ๊ะ!ไม่ใช่!
    เรื่องมันเกิดขึ้นตะกี้ เวลา2:50โดยปะมาณ
    มันกลับมาอีกแล้ว!!!!
    .
    .
    .
    .
    เรื่องมันมีอยู่ว่า
    ประมาณเดื่อนที่แล้ว
    มีใครก็ไม่รู้ ชอบมาแกล้งเคาะประตูห้องอ่ะ
    ทีเเรกก้อคิดว่าต้องเป็น"ไอ้เพื่อนบ้า"พวกนี้แน่ๆ(ยิ่งชอบทำอะไรไม่ปกติอยู่)
    วันแล้ววันเล่า มันก็ขยันมาเคาะซะจริงๆ วันนึงเคาะสามสี่รอบทั้งกลางวันกลางคืน
    ในใจเริ่มคิดว่า"ไอ้พวกนี้มันถูกจ้างมารึไงวะ?เคาะอยู่ได้ เคาะเเล้วมีเงินเดือนให้พวกมึงเหรอ?"
    ทันใดก็สลัดความคิดว่าไม่ใช่"เพื่อนบ้า"เหล่านี้แน่นอน(มันไม่พยายามอะไรระยะยาวขนาดนั้น)
    ตัดสินใจเล่าให้เพื่อนๆฟัง
    เพื่อนๆสงสัยใหญ่เลยว่าใคร อารมณ์เสียด้วย
    เริ่มสุขภาพจิตแย่ เคาะอยู่ได้ อะไรนักหนาวะ
    เริ่มฟิวส์ขาด ตามล่าว่าใครเคาะ(เปิดประตูออกมาไม่เคยทันมัน ห้องติดบันได)
    เป็นบ้าอยู่คนเดียวสองอาทิตย์
    เวลามีเสียงเคาะ ทำอะไรอยู่ก็ต้องรีบมาเปิดโดยเร็วที่สุด!!
    แต่ก็ยังไม่ทันมัน ซักที!!
    เริ่มสงสัยน้องๆในอพาร์ทเมนต์ เริ่มจากไอ้พวกปีสอง ...ไม่รุเรื่อง
    อ่า!มีเด็กปีหนึ่งย้ายเข้ามาข้างห้อง เป็นพวกมันแน่!!!
     
    คราวนี้ต้องไม่พลาด มุ่งเป้าหมายจับตาดูมัน
    คราวนี้สบโอกาสเดินขึ้นบันไดมาพร้อมกะมัน
    ปอ "แมง กุรุ้แล้วหละว่าใรมาเคาะประตูห้องมึง!"(นั่นไงเพื่อนกู)
    หมู "เออ กูก็ว่างั้นแหละ ไม่ไกลตัวเลย"(มันพูดประมานนี้แหละ จำรายละเอียดไม่ได้)
    อิน้องนั่นคงเอ๋อไปเลย...สม!
     
    จากนั้นมา ไม่มีเสียงเคาะประตูเคาะแป๊ะ เคาะอะไรอีกเลย
    กูก้ออยู่ด้วยความสงบเสมอมา สบายใจ(ต้องขอบคุณเพือนบ้าพวกนี้)(บ้าจริงใช่มั๊ยล่ะ?)
     
    แล้วเมื่อกี๊....
    ขณะที่กำลังเล่นเน็ตและโหลดเพลงไปเรื่อยเปื่อย
    เอ็ อัพสเปซดีมั๊ยน๊าาาา..??
    ไม่มีเรื่องอะไรให้อัพเลยอ่า
    ทันไดนั้นก็มีเรื่องให้กุอัพทันทีเลย(อันนี้จะขอบใจมันดีมั๊ย)
    มีเสียงเคาะประตูอีกครั้งนึง!!!
    กุรีบลุกขึ้นไปเปิดโดยเร็วใช้เวลาไม่เกินสองวิ!
    เปิดประตูออกไป!!!
    แอ๊ดดดดดดด!!
    .
    .
    .
    .
    เงียบ กริ๊บ!! ไม่มีหมาสักตัว หรีดหริ่งเรไรก็ไม่มีเสียง
    ฉี่.........................
    นั่นไงล่ะ
    ซวยละกู
    อ่ะ กูรุ้และ มึงนะเอง มาเคาะห้องกู
    หายไปไหนมาตั้งนาน น๊าาาา..
    อย่ามาอีกน๊าาา...
    ฮือออๆๆๆ
    ต้องไปทำบุญซะแล้ว
     
    ปล.กุกินไม่อร่อยหรอก อย่ามาหลอกกูอีกเลยน๊าา..
    July 08

    -*-

    เหนื่อย
    ....
    ..
    .
    นอน

    +ขอโทดทุกคนที่ทำให้เป็นห่วง
    +รักแม่นะค้าบ
    +สู้ๆ
    July 05

    come back again

    นานมาแล้วเนอะไม่ได้อัพซักที
    บางคนเริ่มถามแล้วว่ามีสเปซไว้ทำไม? คำตอบก็คือ "กุไม่รุเหมือนกัน"
    คิดถึงมันบ้างเหมือนกันนะสเปซนี้อ่ะ(ไม่เข้ามานานขนาดนั้น)
    ก็มันไม่ค่อยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในชีวิตเท่าไหร่ไง
     
    แต่แล้วมันก็มีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่ามัน "กลับมา"
    บางอย่างที่คนหลายคนมี
    บางอย่างที่คนโหยหาอยากจะมี
    บางอย่างที่ทำให้คนรู้สึกมีชีวิตชีวา
    บางอย่างที่ทำให้เรารู้ว่าเรามีค่าสำหรับคนอีกคนนึง
    บางอย่างที่ทำให้รู้ว่ามีคนแอบเป็นห่วงเราเสมอ
    บางอย่างที่มันทำให้คนสองคนยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องเดียวกัน
    บางอย่างที่คนอื่นมองว่าเราไม่มี!!!
     
    แต่แล้วความรู้สึกแบบนั้นก็ "กลับมา" มีหวังอีกครั้ง
    แต่จริงๆแล้วเธอไม่เคยไปไหนเลย ยังอยู่เสมอ เสมอ
    นานมาแล้วที่เธอเคยทำให้ผมยิ้มทำให้ผมมีความสุขเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
    แต่แล้ว "บางอย่าง" มันก็พรากเธอออกไปจากผม
    ผมทั้งเสียใจ ทั้งร้องไห้ มันดูเหมือนจะไม่มีหวังอีกต่อไป
    เวลาผ่านมานานแล้วผมควรจะลืมได้แล้ว ผมดีขึ้น
    และผมหวังไว้เสมอว่ามันจะเป็นอย่างงี้ต่อไปเรื่อยๆ
    เรื่อยๆ ..
    ...
     
    แต่วันนึง เธอก็เข้ามา เธอคงไม่รู้ว่าหัวใจผมมันเต้นแค่ไหน
    เราคงคิดไปเอง ฝ่ายเดียว คิดคนเดียว
    กำแพงที่เคยตั้งไว้มันพังทลายลงมาทันที
    เราดีขึ้นแล้ว? ทำไมเป็นแบบนี้อีกล่ะ?
    ผมควรจะบอกเธอดีมั้ย? เธอจะจากไปอีกรึเปล่า? ผมกลัว
    ทุกวันนี้อะไรๆก็ทำให้ผมห่างเธอไปทุกก้าวๆอยู่แล้ว
    การบอกจะทำให้เธอวิ่งรึเปล่า?
     
    วันนี้มีคนให้ความหวังผม เชียร์ผม พยายามต่อ
    อยากขอบคุณเขาเหลือเกิน "ขอบคุณที่เชียร์เรานะ
    แต่เราคงไม่คุ้มที่จะเชียร์เราหรอก
    เรามันโง่ หลอกง่าย ไม่มีใครคิดอะไรด้วยอยู่แล้ว
    ผ่านไปตั้งนานแล้วยังฝังใจอยู่เลย
    เค้าเองก็รู้อยู่ว่าเราคิดยังไง? แต่เค้าคงไม่สนเราหรอก
    ขอบใจนะที่ช่วย"
     
    น้ำทั้งบ่อเวลาผ่าน ยังเหือดได้เลย
    แล้วทำไมเราจะลืมไม่ได้
    สู้ๆๆ สู้สิ ทำได้ๆ
     
     
    อย่ากลับมาเลย ความรู้สึกนี้
    +ขอบใจนะที่ช่วยเรา
    +คนที่กำลังคิดจะถามน่ะไม่ต้องนะ ไม่บอก!!(รู้นะคิดอะไรอยู่)
    +เพื่อนๆ ไม่ต้องห่วง กุไม่เป็นไร บ่นไปงั้นแหละ อย่าคิดมาก
    +"เธอ"อย่างงี้ก็ดีแล้วใช่มั้ย?ไม่มีโอกาสแล้วใช่มั้ย? บอกกันตรงๆเลยดีกว่า อย่าทำร้ายกันเลย
     
    June 04

    Rain's ComiNG

    โว้วๆๆๆๆ...............................
     
           ผ่านไปแล้วกะหนึ่งวันทรหดที่เข้าไปดูคอนเสิร์ตที่ใช้ความใจรักอย่างมาก
         กับการเดินทางจากขอนแก่นเนี๊ย..ไปดูเรนให้เห็นกับตาพร้อมผู้ร่วมอุดมการเพียงหนึ่งเดียว คือ ปอน้อย                             
      เริ่มด้วยการออกเดินทางตั้งแต่6โมงเช้าจากหอ ออกไป6โมงเช้า ได้ตั๋วเข้าเมืองกรุงตอน7.30
     กว่าจะถึงก้อประมานบ่าย2ได้มั๊ง เดินเจเจกะเอสพลานาดได้ของมาเพียบ ขนาดจะไม่ซื้ออะไรแล้วนะนี่ย(ได้มากกว่าปออีก)       
      แล้วก้อไปดูคอนเสิร์ตเรนที่อิมเพคตอน6โมงกว่าๆ รถติดมากๆกว่าจะถึง นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว
        พอได้เข้าไปจริงๆ คนเยอะมากๆ มาจากทั่วโลก ออสเตรเลีย ฮ๋องกง ไต้หวัน อะไรเทือกนั้นก้อยังมากัน
           แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง  ไอ้เราก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายหรอก แต่เอาเข้าจริงๆแล้วขนลุกมากๆ เสียงหายก็ไม่เสียดาย
              เรนทั้งเต้นทั้งร้อง2ชั่วโมงเต็ม คุ้มมากๆ คนอะไร๊ โคดเท่ พระเจ้า เก่งมากๆสมกะเสียงกรี๊ดแบบบ้าคลั่งของแฟนคลับ
                 มันประทับใจมาก บอกไม่ถูก รู้สึกว่าคุ้มอ่ะนะ ถ้ามีคราวหน้า อัลบั้มต่อไป จะไปดูอีก
                   แอบอัดเสียงคอนเสิร์ตมาฟังด้วยอ่ะ เจ๋งจิงๆ...
     
     
                 และแล้วก็ได้เข้าเป็นแฟนคลับของเรนจนได้ เฮ้อ อ่อนใจ
    April 10

    workshop diary

    เฮ้อ .......เหนื่อยมากมาย
    2อาทิตย์ผ่านไป กับการเป็นชาวคลองเจ้าที่แสนกันดาร
    ได้รู้อะไรมากมายที่ไม่ได้หากันง่ายๆเลยทีเดียว
    กับการทำเวอร์กช๊อบที่แยกกลุ่มนักศึกษาเป็น4กลุ่ม แล้วแฝงตัวเข้าไปอยู่ในตลาด4ตลาดที่เชื่อมกันด้วยคลองประเวศ
    อยู่กินนอน ทำงาน กันที่นั่น14วัน13คืน
     
           จากวันแรกที่เข้าไปอยู่ รู้สึกเหวอมาก(คิดว่าเพื่อนๆก็คงรู้สึกเหมือนกัน)มันแสนลำบากเลยเป็นบ้าน2ชั้นใต้ถุนสูง(ข่างล่างมีคนอยู่)
    ผนังไม้เก่าๆ กะสังกะสีผุๆพอรู้ว่าต้องอยู่ที่นี่14วัน มันแทบจะร้องไห้ คิดถึงบ้านง่า...(แม้แต่ชาวบ้านที่นี่เค้ายังอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้เลย)
    แต่ทำไงได้ กลับตัวไม่ทันแล้วนี่เลยอยู่รอดมาถึงได้ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน
            ไปๆมาๆเลยได้รุจักที่นี่ คุ้นเคยกันกะชาวบ้านและเพื่อนๆ(อันนี้มากเป็นพิเศษจนคิดว่ามากเกินไป555)เหตุการณ์ต่างๆเล่าคงไม่หมดอ่ะนะ  ตั้งสองอาทิตย์มันเยอะเอาเป็นว่า
    จำได้มั้ย?
       +วันแรกที่ไปถึงหน้าตาทุกคนอิดโรยมาก ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย(แต่รู้นะว่าคิดอะไรอยู่)
       +วันที่ไปนั่งฟังพี่อี๊ดแกตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม ทั้งๆที่เรายังไม่ได้อาบน้ำเลยซักคน
       +ต้นมะม่วงที่เราสอยมะม่วงลงมาได้หลังบ้านพี่อี๊ด
       +แมวหลายชีวิตที่เดินสวนสนามไปมามากมายหลายตัวที่ตลาด
       +เสียงเรือยนต์ที่ปลุกทุกคนให้ตื่นกลางดึกทุกๆสองชั่วโมงในคืนแรก(จากนั้นหลับสนิท)
       +แววตาของออมและพี่ตุ๊กนาทีที่ลูกสาวอาม่าเดินออกมานั่งหน้าบ้าน
       +หมาสองตัวของยายเบียบที่มันเห่าเราอย่างเอาเป็นเอาตายในหนึ่งวันแรกถ้วน(หลังจากนั้นก็ระริกๆเล่นด้วยกันซะแล้ว)
       +ไอโบโบ้ หมาโหดประจำโซนซ้ายของตลาด(ตอนที่ทุกคนเห็นไอ้เด็กนั่นมันแตะหมา ช็อกมาก)
       +เสียงเหรียญห้าบาทที่ตกจากตู้ม้าจำนวนห้าร้อยเหรียญของโบ้ท และเสียงหยอดเหรียญของออมในเวลาต่อมา(ตลอดสิบสี่วัน)
       +เสียงนินทาที่กระทบเข้าหูป๋าต้อ("_")
       +วันที่ไฟไหม้บ้านที่แสนหดหู่ และเสียงรถดับเพลิงที่มาถึงตอนที่ไฟสงบแล้ว
       +สำเนียงเด็กแซ้บที่พี่ตุ๊กพูด(และจากนั้นก็ได้ยินทุกคนพูดจนติดปาก)
       +วันที่ตกจากเรือ(หลังจากนั้นหนึ่งวันก็เห็นอาร์ม เปียกครึ่งตัวกลับบ้าน พร้อมเสียงหัวเราะเยาะของออมที่ตามไล่หลังมา
       +ตอนที่ท้อบนอนก่อนเพื่อนเพราะเหนื่อยจากการกิน
       +เรือขายปลาทูทอดปลาทูนึ่งที่ผ่ามมาทุกสิบโมงของทุกวัน
       +เสียงรถขายไอติมสามัคคีชุมนุม
       +เสียงพี่หมอนที่บอกว่า "เถียงดิ! เถียงดิ!"
       +เสียงล้อเลียน"รึเปล่า อย่างอื่นได้มั้ย อ่ะไม่รู้..." และก้อ"เรา มาทำ อะไร ที่นี่ เราคือเรา ที่นี่คือ คลองสว-"
       +หน้าตาของก้อเวลาที่เพื่อนๆแกล้ง
       +ปฏิกิริยาของอาจารย์ทั้งสามเมื่อได้ยินมุขของนักศึกษา
       +ที่ท่าน้ำหน้าบ้านพี่อี๊ด และที่ร้านค้า
       +ศาลาน้ำเต้าที่กลางตลาด โต๊ะสนุ้ก และร้านเกมส์
       +นาที่ทีหมูผายมือให้อาร์มพูดต่อ
       +วันที่เราพายเรือหนีเมฆฝนดำทมึนที่กำลังจะตก
       +วันที่พี่ตุ๊กนอนในเรือพร้อมร้องเพลงแซวหมูทั้งสอง
       +วันที่ชั้นพายเรือไปเปร็ง...(กุจำได้นะใครเป็นคนเอาไฟฉายส่องหน้าชั้นน่ะ)
       +วันที่ทุกคนในบ้านมารวมตัวกันเล่นไพ่ป้อก
       +วันที่ป๋าต้อพาไปเที่ยวคาราโอเกะ
       +วันที่ทุกคนในบ้านตื่นขึ้นมารับรู้การหายไปของหมูและโบ้ท
       +วิธีฉี่บนบ้านของออมกะพี่ตุ๊ก
       +คำที่เด็กบ้านเปร็งชวนพี่ตุ๊กไปอยู่ด้วย อิอิ
       +วันที่ฝนตกอย่างเอาเป็นเอาตาย และน้ำที่รั่วมาทุกอนูของบ้านผ่านรูของสังกะสี
       +เสียงที่จิ้กโก๋แซว"ว่ารักนะจุ๊บๆ"(อายมาก แค้นเพื่อนๆที่ไม่ยอมบอก)
       +ตอนที่อาร์มกะออมใส่รองเท้านอนด้วยฝีมือของอีกคน
       +นาทีแรกที่เห็นแสงไฟของเมือง
       +รอยยิ้มตอนจูรี่ครั้งสุดท้าย
       +สโลแกน"ในน้ำมีปลา ในศาลามีน้ำเต้า โต๊ะสนุ้กเป็นของเรา สายลมเบาพัดผ่านไป" 
     
    สะเปเชี่ยวแต้ง
    +ที่พักที่ดีนอนสบาย และอาหารทุกมื้อจากป๋าต้อ
    +อ.โต้ง ผมมีความลับมากมายเก็บข้อมูลมาแล้ว ถ้าไม่อยากให้ทุกคนรู้ กรุณา......อิอิ
    +อ.อิฐที่เป็นผู้ร่วมชะตากรรมคลองเปร็งด้วยกัน พร้อมกับแรงกระตุ้นให้ทำงาน อ่อ แล้วก็บิงโกด้วย
    +อ.บีที่ให้ความกรุณาหัวเราะในทุกๆมุขที่เราเล่นไป  และก้อขนมด้วย
    +มุขมากมายที่สะท้อนเสียงหัวเราะของเราจากพี่ตุ๊ก
    +ข้อมูลเด็กแซ้บที่โต๊ะสนุ้กที่แลกมากะการเสี่ยงของโบ้ท
    +ภาพขำๆจากออมและอาร์ม
    +การแบ่งที่ร่วมมุ้งของท้อบ
    +ความคิดดีๆและความสามารถเจ๋งๆที่พาเรารอด ของหมูหนึ่ง
    +ก้อ ที่เป็นของเล่นของทุกๆคนตลอดสิบสี่วัน
    +แรงใจของทุกๆคนที่บีบออกมาจากความขี้เกียจที่มีมากกว่า
    +ขอบคุณพ่อและแม่ที่โทรมาอวดว่าแอบไปเที่ยวทะเลตอนที่เราไม่อยู่
    +ขอบคุณชาลีแองเจิ้ลที่นำทีมโดยพี่หมอนที่ปราณี และสำหรับปาร์ตี้..ที่สนุกสนาน..
    +ขอบคุณเบียร์เย็นๆและแสงไฟฉายของเพื่อนๆที่เปร็ง
    +ขอบคุณอ.เอียดที่ขับรถมาส่ง..
    +ขอบคุณเสื้อตัดอ้อย และหมวกเอทูแซด ถ้าไม่ได้แกฉันคงแย่กว่านี้
    +ขอบคุณชามะนาวจากร้านพี่แดงที่ทำให้มีแรงในทุกๆวันที่อากาศมันเผาเรา
    +ขอบคุณเรือลำน้อยจากร้านพี่แดงอีกเหมือนกัน ที่สร้องประสบการณ์ให้ในทุกๆวัน
    +ขอบคุณทุกคนที่คลองเจ้า...จะไม่ลืมเลย
     
     
                                          +++จบซะที+++
    March 20

    Pattaya International Music Festival 2007

    เย้ๆๆๆ ไปเที่ยวมาก๊าบบบบ....
    หลังจากที่ได้กล้องมาใหม่อะ  (ขู่กรรโชกคุนแม่มา แพงจิ๊บ..) เเล้วเราก็มีโอกาศใช้กล้องใหม่555+
    โดยการเดินทางประกอบด้วยกุ้กไก่ โบโบ้ หมู ปอน้อย และช้านเอง
                  1.วันแรกของการเดินทาง เริ่มต้นด้วยการรอคอยปอน้อย(นัดกันว่าจะออกกันตอน11โมง)เราก้ออุตส่าห์ออกจากบ้านตั้งแต่7โมงเช้า
                     รอแล้วรอเล่า....ปรากดว่ามันมาตอนบ่ายโมง กว่าจะได้ออกจริงก้อบ่ายครึ่ง  รับหน้าที่ขับรถเหมือนเดิม ร้อนก้อร้อน(แขนดำเลย ข้างเดียวด้วย ตะโหล้ก-ตะหลก)
                     เอาเข้าจริงๆกว่าจะถึงระยองก้อ3ทุ่ม(รถก้อไฟสู้ง-สูง จนมองไม่เห็นถนน ขับยากจั้ง) แล้วก้อ นอนอย่างหมดแรงข้าวต้ม
                  2.วันที่สอง ตื่นขึ้นมาถ่ายรูปแต่เช้า แต่ไม่เหนไรเลยอ่ะ(ไม่มีไรสวย)ก้องั้นๆ ก้อเลยเดินเล่นเเถวนั้น เหยียบน้ำทะเลจึ๋งนึง
                     จากนั้นก้อกลับมาที่ห้อง นอนต่อ(ซะงั้น) ตื่นมาเที่ยงๆ ก้อออกจากที่พัก  ไปกินอาหารทะเลกัน อร่อยมากๆ สวรรชัดๆ(เอมคงอิจฉา เฮอะๆ)
                     แล้วก้อไปพัทยากัน อ่า....ดูหนังเฉย ผีไม้จิ้มฟันเอิ้กๆ(ที่บ้านไม่มีดูรึไง?)
                  3.กลางวันไปบ้านสุขาวดี ใหญ่มาก(แล้วก้อร้อนมากด้วย)มันไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเลยให้ตายเถอะ ขัดใจมากๆ
                     วันนี้แล้วสินะพัทยามิวสิกเฟส  อ่ะหะ เริ่มปี้นี้มีแค่2เวทีอ่ะ อยู่ใกล้ๆกัน สถานที่ดี รองรับคนได้เยอะ แต่รถติดมากๆ นานมากกว่าจะเข้าถึงงาน
                     แถมไปเสียรู้ฝากรถไว้ที่ฝากรถ 40บาท  ทั้งๆที่ในงานมันจอดฟรี แล้วยังว่างอีกหลายที่ด้วย(-"-) พอมีพิธีเปิดเสร็จ ทาทาประเดิมคนแรกเลย
                     เล่นดีมากๆร้องตั้งชม.กว่า คุ้มมากแถมตลกอีก อ่ะเล่นมุขอ่ะ น่ารักดี มีที่ไหนเอาผ้าขนหนูยัดนม ตกหลุมรักทาทาเข้าให้...
                     ต่อด้วยเบบี้วอกซ์  น่ารักอีกเช่นเดียวกัน เต้นแรงดีอ่ะ(ถ้าบ้านเรามีแบบนี้มั่งคงดีไม่น้อย)แต่เสียดายที่โป๊ะแตกเมื่ออยู่ๆเพลงก้อหายไป ไม่มีเสียงเลย
                     คนดูเลยรู้ว่าลิปซิ้งสุดริด(จากที่รู้อยู่แล้ว)น่าสงสารอ่ะ คงอายแย่เลย...กอฟ-ไมค์(พี่น้องจ๊อบแอ่นด์จอย)ก้อดีอ่ะนะ ดูเป็นอินเตอร์ดี
                     แต่รำคาญนังแฟนคลับรอบตัวชิบหาย ส่งเสียงแอ๊ยๆๆๆ อยู่นั่น ดอกทองมากมาย...ว่านั่นรำคาญมากแล้ว พารานขึ้น เสียงดังกว่าเดิมอีกเฮ้อ-ปลงเถอะเด็กๆสมัยนี้
                     แล้วหมูกับปอก้อเจอเนื้อคู่จากแดนไกล(ขี้ตู่ที่สุด) แล้วจากนั้นก้อเป็นปาล์มมี่น่ารักอีกแล้ว แล้วก้อโปเตโต้ แคลช เด็กแซ้บมากมายหนาแน่นเหมือนเดิม
                     จากนั้นก้อเป็นทางอาร์เอสบ้าง คนดูหายวั๊บ(เกินจริง)เกิร์ลี่เบอร์รี่(เวรี่การี่)ดูแค่เนี๊ยะแหละ
                   4.วันนี้วงจรชีวิตก้อเหมือนเดิมเดินห้างกลางวัน กินติม ตกเย็นก้อไปดูอีก รถติดดดดดด...มากๆๆๆๆ เลยไปไม่ทันดูซุปเปอร์จูเนี่ยร์เลย เสียดายจัง ทันแต่ดา เอนโดรฟิน
                     ก้อยังดีที่ยังได้ทำเสียงเค้นลำคอล้อเลียนพี่ดา อร่า..แล้วตกกลางคืนก้อท่องราตรี เดินวอล์กกิ้งสตรีท ดูลิงแสมกะเด้าลม "เว้วคั้มเซิ๋อ" ..
                     จากนั้นดูตารางคอนเสริตแล้ว ไม่ค่อยน่าสนใจอ่ะ วันสุดท้าย เลยพึ่งคิดได้ว่ายังไม่ได้เล่นน้ำทะเลเลย  ก้อเลยตัดสินใจว่าวันสุดท้ายไปเที่ยวกันดีกว่า เกาะล้าน!!
                   5.ซะทีๆมาทะเลหลายวันจะได้เล่นน้ำก้อวันนี้ข้ามไปเกาะล้านด้วยเรือตอนเช้า ฝากรถไว้กะลุงช่วย(ชื่อร้านรับฝากรถ พูดเมือนรู้จักกัน) ลุงแกจะมีหนังสะติ้กเหน็บเอว
                      ไว้อันนึง ถามว่าเอาไว้ทำไม? แกบอกว่าเอาไว้ยิงกระจกรถที่ชักดาบแก!!! น่ากลัว! แล้วก้อข้ามเกาะไป พักที่หาดแสม(สะแหม๋)ลมเย็นสบาย ต่างชาติเยอะ น้ำใส
                      กับข้าวอร่อยโดยเฉพาะตำปูม้า คุณลุงเล่นมุขด้วย...(-*-) ยอมแพ้.... โดนหาว่าเปนญี่ปุ่นด้วยเนื่องจากถามแล้วไม่ตอบ   ตกเย็นมา นักท่องเที่ยวหายเกลี้ยง
                      (ส่วนใหญ่เค้าจะมาเช้า-เย็นกลับ) จากนั้นหาดทั้งหาดก้อเปนของเรา เล่นน้ำจนดำ ได้แผลด้วย ตกดึกยิ่งเงียบออกมากินข้าว แม่ค้าเล่นมุขอีก...ยังไงหว่าคนที่นี่!
                   6.ตื่นเช้าถ่ายรูปเสร็จแล้วก้อได้รู้ว่าพายุจะเข้าเหนพายุเป็ยงวงช้างเลย หยั่งกะทวิสเตอร์น่ากลัวมากน้ำงี้ถูกดูด เป็นละอองเลย เเล้วก้อออกเรือเที่ยวเเรกจากเกาะ
                      (ก่อนที่ฝนจะตกหนัก)แล้วก้อขับรถแวะ(รง)ซื้อของนิดหน่อย แล้วก้อกลับมาตอนบ่ายโมง ถึงตะกี้เอง.......
     
    ระยอง-อากาศเหนียว
           -ทะเลน่าเล่น คลื่นใหญ่ดี(แต่ก้อยังเหนียว)
           -ถึงค่ำไปหน่อย(ไม่หน่อยหละ 3ทุ่ม)
    มิวสิกเฟส-น่าจะแยกอาร์เอสกะแกรมมี่คนละเวทีกัน ศิลปินน้อย จัดตารางไม่น่าสนใจ
               -รถติดมาก ทางเข้าแคบ
               -ที่จอดรถ......อืม..นะ
               -แต่ดีที่มาทันวันแรก ศิลปินเยอะดีคุ้มมาก
    เกาะล้าน-น้ำทะเลสวยมาก
              -บรรยากาศแห้งแล้ว ต้นไม้แห้งมาก(เหมือนบ้านนอกของเมกา ที่แดงๆแดดๆ)(แต่เค้ากำลังพยายามปรัปปรุง)(หรือเป็นเพราะมันคือหน้าแล้ง?)
              -ผู้คนเป็นมิตร(โดยเฉพาะมุขที่เล่น เป็นแพทเทอร์นเดียวกันทั้งเกาะ)
              -เป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับไปกับเพื่อนฝูงเยอะๆ
              -ที่พักเหมือนกุฏิพระตามบ้านนอก(มีตุ๊กแกด้วย)ราคาถูก
              -มีปรากฏการ์ณตื่นตาตื่นใจที่หาไม่ได้บ่อย
    เอม-เสียดายที่แกไม่ได้ไป คิดถึงแกมากมาย ติดแทกไว้ก่อนนะ เอาไว้วันหลังละกัน
    แต-คนหลอกลวง!!!ไหนแกว่าจะตามไปไง!
    คุนแม่-ป๋มใช้เงินไปหมดเลยอ่า ขอโต้ดก๊าบ....
     
     
    March 02

    ปิดเทอม อืมม...เย้ๆๆ

    ง่า.......ปิดเทอมแล้ว
    คงจะสบายขึ้นเยอะอ่ะเนอะ เนื่องจากเทอมนี้ไม่ได้เรียนซัมเมอร์นั่นเอง(ก้อคนมันเก่งอ่ะ..ครบแล้วว่อยย)
    แต่กว่าจะผ่านได้เลือดตาแทบกระเด็น
     
    ส่งงานโปรเจค-ทำไม่ทันเป็นครั้งแรก ได้แต่ปลงเลยทีเดียว เทอมนี้ขี้เกียจเองแหละ  แม่ค้าบ ป๋มขอโต้ด...
    สอบซิตี้แพลนนิ่ง-อ่านหนังสือตี3ถึง7โมงเช้า   สอบ9โมงเช้า   เฮ้ออ...จาได้อารายม้ายเนี่ยกรู
    สอบสตรัคเจอร์-อันนี้เปิดเลคเชอร์ได้ แต่ตอนเรียนก็เลตเชอร์น้อยเหลือเกินอ่ะ   จาผ่านมั๊ยว๊า
    สอบไทยอารช-อ่านตี4 สอบ9โมง อีกละ  เข้าไปสอบ..ตัดใจตั้งแต่ข้อแรกเลย  ถามอารายกรูเนี่ยย...(เหมือนไม่เคยเรียน) แต่คะแนนก้อออกวันต่อมา
    ส่งงานไทยอารช-ทำเอาคืนเดียวอีก  ขี้เกียจมากๆ อาจานแปลกใจเลย  คงรู้สึกว่างานมันน้อยเกินไปล่ะม้าง  แต่คะแนนก็ได้เปนอันดับ2นะ(โคดเดา)
     
    ง่า.....หลังจากนี้  ไปเที่ยวๆๆๆๆ    พัทยามิวสิกเฟส16-18 เจอกันแน่5555+
    อาจารย์ที่คณะรวมความคิดกัน...ส่งเราไปทำเวอร์ชอปกับASAน่าสนุกดี  คงเจอเพื่อนถาปัด ม.อื่นๆเยอะแยะ ดูโปรแกรมแล้วอืม...ดีๆๆๆ  อ.เลือกที่หน้าตาอ่ะ(เหรอ?)
    สงกรานต์ไปเล่นไหนดีน๊า...........อยากไปเที่ยวอ่ะ
    อยากบอกเพื่อนจัง"กูรักพวกมึงนะ".........
    เราเป็นเพื่อนกันแล้ว แกจะทำอะไร กูรับได้
    รักไปแล้วนี่หว่า   เนอะๆๆๆ..................
     
                                                                                            
                     
    February 11

    tag

    หลังจากที่อ่านของคนอื่นมาซักพัก ทั้งขำทั้งอาย(โดยที่ไม่รุชะตากรรมของตัวเอง)
    อ่านไปอ่านมา ...อ้าว  กรูโดนTaG  ...อ้าวซวย
    ขอบใจมาก  มาTagกันเองทามม้ายยยยย!!!!!!~~
     
    อันที่จริงแร้วเรื่องน่าอายมันก้อมีเยอะอ่านะ
    เยอะจนลืมๆไปบ้างมากมายทีเดียว(จนเปนเรื่องปกติแล้วมั้ง?)
    ถึงว่าทุกวันนี้เลยไม่ค่อยจะอายเท่าไหร่555+
     
    เริ่มเลย
    1.
    ตอนนั้นอยู่ม.5กำลังขับรถไปเรียนพิเศษเปนปกติตอนเย็น
    ขับไปถึงสามแยก จะเลี้ยวขวาละนะ...มองหลัง..ไม่มีรถ
    ตีไฟเลี้ยว..หมุนพวงมาลัย..มองหลัง อ้าวซวย  มอไซค์(มาจากไหนวะ)
    มันขับเร็วมาก ตอนนั้นรถเรามันก็เอียงไปมากละ มันแซง(เจือกแซงขวาอีก)
    ภาพที่เห็นก็คือ  มอไซค์พุ่งลงคูข้างทาง  ควันขึ้น
    ซวยแล้วกู!!!...ทำไงดีๆๆ   ขาสั่นชิบหาย  ขับรถต่อไม่ได้ จอดซุ่มอยู่แถวนั้นก่อน สงบสติอารมณ์
    "แมงๆๆๆสงบๆๆๆหายใจเข้า-หายใจออก"
    สักพัก  ได้ยินเสียงกู้ภัย วี้-หว่อๆๆ  ..เท่านั้นล่ะ สติสตางกลับมาทันที
    ออกรถลูก  ออกรถ  ไปๆๆๆๆๆๆ   แล้วก้อจากไป
    ความจริงเรื่องนี้มันไม่น่าทำอย่างงี้หรอก  เรายังเด็กง่ะ  แล้วมันก็พึ่งเคยเจอ
    ตามจริงแล้ว  เราควรจะลงไป  รับผิดชอบซักหน่อย  ถึงแม้เราไม่ใช่คนผิดซะหน่อย
    แต่มันก้อเปนเรื่องที่เพื่อนมนุษย์ควรมีต่อกัน
    ถ้าวันนั้นเราลงมาช่วยเค้า คงไม่รู้สึกแบบนี้ในวันนี้หรอก
    ถ้าวันนั้น  มีคนเห็น..รถเก๋งสีขาว ขับหนีไป..คนในรถ  คือกรูเอง!!!
     
    2.
    วันนั้นม.อีก  ไปเรียนพิเศษ(อีกละ) คราวนี้คนละที่กัน
    มันเปนตึกอ่ะ  อยู่แถวๆหน้าโรงเรียนประถม2โรงเรียน มัธยม1โรงเรียน
    เรียกได้ว่านั่นเปนเขตการศึกษาล้วนๆเลยทีเดียว
     นั่งรออาจารย์ซักพัก..ยังไม่มา ไปซื้อขนมกันดีกว่า  ชวนเพื่อนออกไป
    ตอนนั้นเปนเวลาเลิกเรียนใหม่ๆ เราก็เดินไปบนฟุตบาทเรื่อยๆ
    คนเยอะมาก  เบียดเสียดวุ่นวาย หลีกหลบไปมา
    และแล้วก็เหยียบลงบนฝาท่อคอนกรีต ..มันขยับได้!!
    พอยกขาเท่านั้นหละ!! ผลั่วะ!! ฝาแตก
    ตัวที่ว่าสูงนักสูงหนา....หายลงไปทั้วตัว
    เพื่อนที่เดินนำหน้าหันกลับมา  เสียงไรวะ  อ้าว แมงไปไหน?."กูอยู่นี่(T-T)"
    จากนั้นแม่ค้าทั้งหลายก็มาช่วย เหมือนข่าวในทีวีเลย ...คนมุง
    ไปไห้โพ้น!!!มาดูกูทำม้ายยยยย  กูอาย!!
    ดีนะที่น้ำมันไม่ค่อยมีไม่เลอะเท่าไหร่  แต่คอนกรีตบาดเนี่ยสิ  อู้ยยยย!!
    พอขึ้นมาได้เท่านั้นแหละ  ขอบคุณคนมาช่วย แล้วก็รีบแทรกแผ่นดินหนี
    เจ็บเจิบ อะไรลืมไปให้หมด!!วิ่งๆๆๆๆ
    แล้วก็กลับบ้านทันที  ถึงบ้านมา พี่เพ็ญ(พี่เลี้ยงที่บ้าน) มองหน้า..
    อ้าว แมงนี่เอง(จำไม่ได้)ไปทำไรมา? 
    และแล้วหน้าที่จัดการเสื้อผ้าพวกนี้ก็เปนของพี่เพ็ญ..(น่าสงสารจริงๆ  เหม็นมากๆ)
    พอแม่กลับมา"แมง ได้ข่าวว่าวั้นนี้ตกท่อเหรอลูก?"
    เฮ้ย! แม่รู้ได้ยังไงวะ? ซวยแล้ว.."พอดีทีคนมาบอกน่ะลูก"
    อ๊า....ป่านนี้เค้ารู้กันถึงไหนเนี่ย  ขนาดแม่กรูยังรู้เลย....
     
    3.
    ตอนนั้น ม.6 สมคบคิดกับเพื่อนในแก้งค์(จำนวนมาก)
    โดดเรียนกันดีกว่า (เลวจริงๆ) โดดไปกินข้าวกลางวันข้างนอกละกัน(ไร้สาระที่สุด)
    (ประวัติการโดดรร.เกิดขึ้นครั้งแรกตอนอยู่ศูนย์เด็กเล็กก่อนเข้ารร.อนุบาลโดยมีพี่ชายเป็นผู้ให้การช่วยเหลือและสมรู้ร่วมคิด)
    "ไปโดดหลังโรงเรียนเหอะ  ใกล้ดี" ว่าแล้วก็ไปกัน
    ปีนลำบากเจงๆ บ่นไป ปีนไป หย่อนตัวลงมาทีละคนๆ
    อ่ะ ครบกันละนะ ไปยังไงดี(หลังโรงเรียนติดกับถนน)
    หันซ้ายหันขวา มีมอไซค์มา  คุ้นๆว่ะ
    "ไปกันยังไง เอาไง?"
    "ให้ครูไปส่งมั้ย?"  มอไซค์คันนั้นเอ่ย!
    ......
     
    4.
    หลังจากที่เหตุการณ์ในข้อสามเกิดขึ้น เราไม่ละความพยายาม
    วันต่อมา จึงมานั่งคิดกันต่อว่าทำยังไงดี? เราจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
    (สร้างสรรค์มากๆ วันๆนั่งคิดแต่เรื่องพวกนี้)
    พอดีจอดรถไว้หน้าโรงเรียน(เค้าไม่ให้เอารถยนเข้า)
    "มันต้องกระโดดกำแพงข้างโรงเรียนว่ะ"(ข้างๆเป็นที่ดินว่างๆหญ้ารกรุงรัง)
    (หวังว่าคราวนี้คงสำเร็จนะเมิง)
    ว่าแล้วก็ค่อยๆกระโดดออกไปทีละคน ทั้งชายหญิง
    รีบวิ่งไปเอารถมารับเพื่อนๆที่ซ่อนตัวอยู่
    เฮ้อ ...สำเร็จ   ไปกันๆๆๆๆ  น้ำมันไม่มี ไปเติมน้ำมันก่อนละกัน
    พอถึงปั้ม เติมน้ำมันอยู่...สบายใจ  มีรถมาจอดเติมข้างๆ
    เปิดกระจกลงมา  "ว่าไง  ไปไหน?" อาจารย์ คู่ปรับกล่าวพร้อมกับยักคิ้วไห้นักเรียนเต็มคันรถ
    .........
    ไร้คำพูดใดจะหลุดปากออกมา
     
    5.
    ตอนนั้น ปี1.ละ ไปอ่านหนังสือที่คอมเพล็กซ์ ในมหาลัยประมาณตี1
    ไปบ่อยเข้าๆ ก็เริ่มสังเกตว่า พี่ยาม นอนหลับตลอดเลย
    ขนาดขี่มอไซค์ผ่านไปใกล้ๆ ยังไม่ตื่น(อย่างงี้จะมาเปนยามทำไมวะ กลับไปนอนบ้านไป๊)
    เพื่อนอุ๋มเลยแกล้งมาอีกรอบแล้วกรี๊ดใส่ "กรี๊ด~~ ช่วยด้วยยย!!"
     ยังครับ  มันยังไม่ตื่น  ไร้การตอบสนองใดๆ
    ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน(เพราะแกล้งไม่สำเร็จ)
    วันนี้กรูเครียนอุปกรณ์มาเว้ย  ฮ่าๆ เสร็จกรู...
    ว่าเเล้ว ก็อเหมือนเดิม อ่านหนังสือเสร็จ ไป เรา ปฎิบัติการ555+
    ขับรถออกมารอข้างนอก  แล้วส่งเพื่อนเข้าไป
    จุดระเบิดควัน กลิ้งเข้าไป  ลูกแรก ..ไม่ติด 
    ลูกที่สอง  สีเหลือง กลิ้งเข้าไป
    ลูกที่สามตามมาติดๆ สีน้ำเงิน
    บังเอิ้น ลูกแรกติดขึ้นมาอีกซะงั้น
    เอาไปเลยมึง แดง เหลือง น้ำเงิน แม่สีทั้งนั้น
    จากนั้นก็อวิ่งออกมาซุ่มข้างนอก  แล้วขำกันใหญ่
     ยามตื่นแล้ว  ไฟไหม้ๆๆๆๆ555+
    จากนั้นเราก็รีบหนีไปอย่างรวดเร็ว
     
    รู้แล้วสินะ ว่าพวกเราแสบแค่ไหน555+
    คนต่อไปที่จะโดนTagก็ครืออออ..
     
    1.น้องรหัส น้องเอ๋(เบิ้ม)-http://barbie3ar.spaces.live.com/
     
    2.อุ้ม เพื่อนน่าเม้าเวลาเลคเชอร์-http://toonmoko.spaces.live.com/
     
    3.ตุ้ดตู่ น้องสาวพังค์กี้เบอรี่-http://tutupokko.spaces.live.com/
     
    4.แบงค์กี้เบอรี่ เพื่อนสาว-http://ciderrider7229.spaces.live.com/
     
    5.น้องตาล สาวกินเก่ง-http://tarvil.spaces.live.com/
     
     
    January 25

    +โลกแห่งความจริง+

    การที่คนเราเกิดมามีความคิด มีความรู้สึก มีความฝัน นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าเป็นผู้ประทานให้
    เราคิดเรารู้สึก ทุกวันนี้โลกน่าอยู่ มีคนที่เรารัก มีคนที่รักเรา.......เพราะเรามีความฝัน
    แต่จะมีประโยชน์เช่นไร ในเมื่อความฝันเหล่านี้..ไม่มีอยู่ในโลกแห่งความจริง
    จงมีวันนี้เพื่อวันนี้
    มีความสุขเพื่อวันนี้
    ลืมความทุกข์เพื่อมีความสุขในวันนี้
    ++....ขอให้ทุกคนมีความสุขในโลกแห่งความจริง
     
     
    January 20

    เปิดบ้าสถาปัตในสายลมหนาว

    ให้ตายสิ เหนื่อยจัง++

    ตอนเช้านอนไม่ตื่นไปฟังบรรยาย อันเป็นอานิสงจากการนอนไม่หลับกลางคืน

    บ่ายมาไปเตรียมอาหารสำหรับตอนเย็น

    เดินไปมากับปอน้อยเหนื่อยจัง แถมจะต้องจัดบู้ทชุมนุมอีก

    เอมเรียนโฟโต้เสร็จ...เฮ้อเร็จซะที กูรอความหวังจากมึงมานานละ

    เข้าเมืองซื้อของ เยอะที่เดียว

    ตอนเย็นมาจัดบู้ทอาหาร ไม่มีโต้ะให้..ขอบใจ กินกะพื้นนี่แหละ

    อารมณ์เริ่มบูด หงุดหงิด

    ไปซื้อกับข้าวที่โรงชาย แม่ค้าเหมือนตกถังข้าวสาร ดีใจยกใหญ่ แบบว่าซื้อเยอะอ่า

    เหนื่ยอ่อนมาก ดีนะที่งานยังจบด้วยดี

     

    ดีจริงๆชั้นปีจอมเผา เผาทุกงาน แต่ก็ยังผ่านไปด้วยดีทุกงาน555+

    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนนะ งานจบได้เพราะมีทุกคน

    เค้าเชื่อว่าถ้าเราร่วมมือกันมันก็ทำได้แหละ(พึ่งคิดได้?)

    สู้ๆ AR17  เพื่องานต่อไป!!!!

    แอบขอบคุณน้องๆAr18,Ar19ที่มาขายของวร้างบรรยากาศช่วยพี่

     

    ถึง"เธอ"คนหนึ่ง ได้ยินมาว่ายังคบกับ"เขา"อยู่เลย

    ทำไมถึงเป็นอย่างงั้นล่ะ เลิกกันไม่ได้เหรอเค้าเสียใจนะ

    เค้ามองดูมาตลอด แต่ไม่เคยเห็นเธอจะทำได้เลย รู้อยู่ไม่ใช่เหรอว่ามันไม่ดี

    มันไม่ดีกับตัวเอง เเล้วทำไปทำไมไม่เข้าใจ

    ถ้าไม่คิดว่าทำเพื่อตัวเอง ก็ถือว่าทำเพื่อเค้าละกัน เค้ายังหวังอยู่เสมอ

    สงสารคนที่"รัก"เธอมั่งสิจะให้เค้า"โง่"ถูกหลอกไปนานแค่ไหนล่ะ เมื่อไหร่ที่จะได้เป็นตัวจริงเสียที

    คนที่เป็นตัวสำรองถูกใช้เป็นเครื่องมืออ่ะ มันเจ็บนะ เจ็บมากกว่าตัวเธอหลายเท่าเลย

    คิดดูดีๆแล้วกัน   .......ยังหวัง..ยังรอ..ยังดูอยู่เสมอ

     

     

    January 18

    ละครๆ

    ละครๆ         
                 และเเล้วละครเวทีคณะก็จบลงอย่างสวยงาม
                 ชอบมากๆ ปีนี้อยากดูทุกรอบเลย
                 ยินดีด้วยคร้าบ!! Ar16
    -ปีนี้ไม่ค่อยได้ช่วยละครเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเราสนิทกับพี่แค่บางคนมั้ง แต่ถึงยังไงแล้วก็ช่วยสุดความสามารถแล้วนะ
    -ขายรูปหน้างาน ไปถ่ายรูปตัวละครแล้วมาขาย รูปพระเอกทั้งสองขายดิบขายดี(ตามความตั้งใจ)ก็แหงหละ
    -ดูพี่เค้าเครียดๆนะที่เราไปถ่ายรูป(เราคงไปกวนเวลาเค้ามั้ง)ถ้ายังไงก็ขอโทษด้วยนะครับถ้าทำให้ไม่พอใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
    -น้องๆพี่ๆในห้องนักแสดงน่ารักทุกคนเลย สนุกมากๆที่ได้ทำงานด้วย โดยเฉพาะเสียงหัวเราะของน้องเมย์(ขอซื้อต่อซ้า)
     
    +งาน"Open House in the winter-เปิดบ้านสถาปัตในสายลมหนาว" ใกล้เข้ามาแร้ว ทำงานๆ
    +Tect Night ก้อตามมาติดๆ แต่งเป็นอะไรดีหว่าปีนี้
    +เที่ยวทะเล ฮู้วๆ จาไป25นี้นะดึกๆ-28 กะว่าจะออกตังไปเที่ยวกันเองกับเพื่อนๆนี่แหละ น้องๆไม่ไปกัน แต่เราตั้งใจไว้แล้วนี่นา...เฮ้อ เอาเป็นว่าใครจะไปด้วยก็รีบมาบอกละกันนะเหลือที่นั่งอีก1คนสำหรับคันนี้ ถ้าจะไปมากกว่านั้นก็หารถมาแล้วกัน แล้วจะพาไป....ด่วนโด้ย!!
    January 09

    เปิดซิงสเปซ

    เย้ๆ ครั้งแรกของการทำสเปซ
    ขอบคุณปอน้อย                             สำหรับแรงผลักดันและคะยั้นคะยอไห้เราทำสเปซ
    ขอบคุณกุ้กไก่        สำหรับความอดทนอันยาวนานในการสอนเรา(ถึงแม้กรูจะยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ก็เหอะ)
    ขอบคุณน้องตาลและน้องกี้                              ที่อุตส่าห์ถามไถ่ข่าวคราวของพี่เสมอ
    ขอบคุณหอใหม่                                 ถ้ากรูไม่ได้ย้ายเข้ามากรูคงไม่มีโอกาสได้ทำ
    ขอบคุณเน็ตเต่า                       ที่ทำให้เราต้องรอเป็นเวลาแรมเดือน(ถึงจะช้า แต่ชัวร์ว้อย)
    ขอบคุณความว่าง                                   ที่ทำให้ตัดสินใจได้ว่า"ทำก็ได้วะ"   
    ขอบคุณความอดทนของตัวเอง                            ที่ไม่เตะคอมให้แหลกคาตี_เสียก่อน
    ขอบคุณความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้                 "จะพยายามต่อไปแล้วกัน  ถ้าไม่เบื่อซะก่อนนะ"